เรื่องเล่าวันวานของ”ลีโอเนล เมสซี่”

หากเราย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีก่อน ที่อาร์เจนติน่า มีดาวรุ่งคนหนึ่งถูกร่ำลือว่า เป็น “นิว มาราโดน่า”เด็กคนนี้ ข้อเท้าดีเหลือเชื่อ วิ่งเร็วเป็นพายุ มีเซนส์บอลเหนือกว่าใคร และที่สำคัญมีเท้าซ้ายที่เฉียบขาดมาก

ใช่ครับ เขาคือ ลีโอเนล เมสซี่

จะว่าไป ถ้าเก่งขนาดนี้ ก็น่าจะโดนสโมสรรุมแย่งตัวเป็นสิบ แต่ทว่า ไม่มีทีมในอาร์เจนติน่าอยากจะเซ็นเมสซี่เข้าสู่ทีมเลย เหตุผลก็เพราะ เขามีฝีเท้าดี แต่ “ร่างกายไม่โต” นั่นเอง เจ้าหนูเมสซี่ มีปัญหาที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่งฮอร์โมนน้อยกว่าเด็กคนอื่นๆ ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ โดยคาดการณ์ว่า ถ้าปล่อยไว้ตามปกติ เมสซี่จะสูงแค่ 150 เซนติเมตรเท่านั้น

ซึ่งถ้าสูงแค่นี้ ต่อให้ฝีเท้าดีแค่ไหน ก็หมดสิทธิเล่นฟุตบอลอาชีพ 100 เปอร์เซนต์ ซึ่งวิธีเดียวที่จะแก้ไขได้ในยุคนั้น คือการฉีดฮอร์โมนเข้าร่างกายทุกวัน ติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อเดือน คือ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 บาท

เท่ากับว่า ถ้าจะฉีดฮอร์โมนสองปี ก็ต้องจ่ายเงิน 840,000 บาท ก็เกือบๆล้านเหมือนกัน แน่นอนครับ ไม่มีสโมสรไหนกล้าลงทุนจ่ายเงินนับล้านกับเด็กอายุ 13 ที่ไม่รู้ว่าโตขึ้นจะเก่งรึเปล่า คือถ้าจ่ายเงินไปแล้ว เด็กคนนี้ดันกลายเป็นของปลอมล่ะ เท่ากับว่าเงินที่จ่ายไปก็เสียเปล่างั้นเหรอ

ที่บ้านของเมสซี่ ก็เป็นครอบครัวธรรมดา คุณพ่อทำงานโรงงานเหล็ก ไม่มีปัญญาหาเงินล้านหรอก ความหวังเดียวก็คือต้องมีสโมสรฟุตบอลเป็นสปอนเซอร์ …. แต่ความฝันของเจ้าหนูเมสซี่ ก็ดูจะเลือนรางลงเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหมือนฟ้ามีตา เมื่อเสียงร่ำลือของเมสซี่ ไปเข้าหู โจเซป มาเรีย มิงเกลล่า เอเยนต์นักเตะคนดัง ที่แนะนำนักเตะเกรดเอ ให้บาร์ซ่าซื้อนับไม่ถ้วน ทั้งดีเอโก้ มาราโดน่า,โรมาริโอ และฮริสโต้ สตอยช์คอฟ

มิงเกลล่า ไปเห็นเมสซี่ด้วยตา และตกตะลึง เพราะนี่อาจเป็นนักเตะพรสวรรค์หนึ่งเดียวในรอบศตวรรษ เขารู้ได้ทันทีว่าถ้าเด็กคนนี้ ได้รับโอกาส จะกลายมาเป็นเพชรแน่นอน สุดท้าย มิงเกลล่า จึงยอมจ่ายตั๋วเครื่องบินพาเมสซี่ มาทดสอบฝีเท้าที่บาร์เซโลน่า SBOBET

ในการทดสอบฝีเท้าวันแรก ถึงแม้เมสซี่ จะโชว์ทักษะชั้นยอดก็เถอะ ผู้บริหารของบาร์ซ่า ก็ยังปฏิเสธอยู่ดี คือลงทุนเป็นล้านมันจะคุ้มหรอ? เด็กคนนี้ มันจะดีกว่าเด็กในลามาเซียเท่าไหร่เชียว

สุดท้ายความฝันของเมสซี่เหมือนจะสลาย แต่ มิงเกลล่าไม่ยอมง่ายๆ เขาโทรหา การ์เลส เรซัช อดีตนักเตะบาร์ซ่าซึ่งเป็นที่ปรึกษาของโจน กาสปาร์ต ประธานบาร์ซ่าในขณะนั้น บอกว่า ขอให้คุณมาดูเด็กคนนี้ ทดสอบฝีเท้าในวันที่สองหน่อยเถอะ

เรซัช ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ก็แค่เด็กเยาวชนคนนึงจะอะไรนักหนา เขาไปถึงสายด้วยซ้ำไป แต่ทันทีแค่เห็นเมสซี่ใน 2 นาทีแรก เขาก็รู้ว่า นี่คือปาฏิหาริย์ในโลกฟุตบอล เรซัช พยายามเกลี้ยกล่อมบอร์ดบริหารให้เซ็นเมสซี่ แต่โดนแทบทุกคนปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ค่าใช้จ่ายมันมหาศาลมาก

กับนักเตะคนนึง ที่ไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จไหม เงินล้านนึง มันก็เว่อร์เกินไป เวลาผ่านไปเป็นเดือน เรซัช ทำให้ทุกคนเห็นด้วยไม่ได้ และคุณพ่อของเมสซี่ก็หมดความอดทนเขารอไปแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีใครสนใจ เมสซี่จะกลับอาร์เจนติน่า ไม่ต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ได้

คุณพ่อฮอร์เก้ , มิงเกลล่า และ การ์เลส เรซัช ตัวแทนบาร์ซ่า นัดพบกันที่ร้านอาหารในคอร์ตเทนนิสเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้ “ลีโอจะไปจากที่นี่” คุณพ่อพูด ทันใดนั้น การ์เลส เรซัช หยิบเอากระดาษเช็ดปากบนโต๊ะอาหาร แล้วเอาปากกาเขียนทันที ว่า

“ผม ชาร์ลี เรซัช ในฐานะที่ปรึกษาของสโมสรบาร์เซโลน่า ต่อให้มีผู้ไม่เห็นด้วย แต่ผมจะทำทุกทางเพื่อเซ็นลีโอเนล เมสซี่ให้ได้”

ถือเป็นสัญญาใจที่เรซัช ประกาศลั่นกลางโต๊ะอาหาร และ ถึงวันนี้กระดาษแผ่นนี้ ก็ถูกเก็บใส่กรอบไว้อย่างดี โดยเมสซี่เป็นคนเก็บเอาไว้ และในที่สุดหลังความพยายาม 6 เดือน ในการเกลี้ยกล่อม เรซัช ก็เอาชนะใจบอร์ดบริหารของบาร์ซ่าได้สำเร็จ ทางบาร์ซ่ายอมรับเงื่อนไข จ่ายเงินทั้งหมด แทงบอลออนไลน์

เมสซี่ ได้รับสัญญาอย่างเป็นทางการ และสโมสรก็พาคุณแม่เมสซี่ และพี่น้องทั้งสามคน มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งครอบครัวในเมืองบาร์เซโลน่า เมื่อได้รับฮอร์โมนต่อเนื่อง เมสซี่ ก็เพิ่มความสูง จากที่น่าจะสูง 150 ซม. กลายเป็นสูง 170 ซม. ซึ่งก็ถือว่า โอเค สำหรับฟุตบอลระดับท็อป

ผ่านเวลามาหลายปี เชื่อว่าเวลานี้ บาร์ซ่าคงนึกขอบคุณการ์เลส เรซัช ที่ตื๊อทุกวิถีทาง เพื่อให้ สโมสรเซ็นเมสซี่ให้ได้ถ้าดีลนี้ไม่เกิดขึ้นในตอนนั้น บาร์ซ่าเอง ก็คงต้องเสียใจไปตลอดกาลและแน่นอน สำหรับตัวเมสซี่ เขาซาบซึ้งในบุญคุณของทั้งมิงเกลล่า และเรซัช เสมอ ถ้าไม่มีคนคอยช่วยเหลือในวันนั้น

ก็อาจไม่มีเขาวันนี้เช่นกันรูปข่าวยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *